แปลงเลขฐาน
ใส่ตัวเลขจากฐานใดก็ได้ ได้ผลทุกฐานพร้อมกันทันที
คำถามที่พบบ่อย
เลขฐาน 2 หรือไบนารี ใช้ตัวเลขแค่ 0 และ 1 เป็นระบบที่คอมพิวเตอร์ใช้ภายใน เพราะวงจรไฟฟ้ามีแค่สองสถานะ คือเปิดและปิด เช่น เลข 10 ในฐาน 10 เขียนเป็น 1010 ในฐาน 2
เลขฐาน 16 หรือเฮกซาเดซิมัล ใช้ตัวเลข 0-9 และตัวอักษร A-F แทนค่า 10-15 นิยมใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น รหัสสี CSS เช่น #FF0000 คือสีแดง และใช้แสดงค่า memory address
เลขฐาน 8 หรือออกทัล ใช้ตัวเลข 0-7 นิยมใช้ในระบบ Unix/Linux สำหรับกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ เช่น chmod 755 หมายถึงเจ้าของอ่าน/เขียน/รันได้ กลุ่มอ่าน/รันได้ คนอื่นอ่าน/รันได้
FF0000 ในฐาน 16 เท่ากับ 16,711,680 ในฐาน 10 ซึ่งคือค่าสีแดงเต็มในระบบ RGB (R=255, G=0, B=0) ลองกดเลือกฐาน 16 แล้วกรอก FF0000 เพื่อตรวจสอบ
รองรับสูงสุด 2,147,483,647 ในฐาน 10 ซึ่งเป็นค่าสูงสุดของจำนวนเต็ม 32-bit แบบมีเครื่องหมาย (signed integer) ที่ใช้กันทั่วไปในการเขียนโปรแกรม
IP address แต่ละชุด (เช่น 172 ใน 172.16.192.3) จริงๆแล้วเก็บเป็นเลขฐาน 2 ขนาด 8 บิท เช่น 10101100 แปลงเป็นฐาน 10 ได้ 172 การเข้าใจการแปลงเลขฐาน 2 จึงช่วยให้คำนวณ Subnet Mask และแบ่งเครือข่ายได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของงานเน็ตเวิร์ก
ระบบเลขฐานต่างกันยังไง
ความแตกต่างหลักคือจำนวนสัญลักษณ์ที่ใช้ ฐาน 2 ใช้แค่ 0-1 ฐาน 8 ใช้ 0-7 ฐาน 10 ใช้ 0-9 (ระบบที่คนทั่วไปใช้) และฐาน 16 ใช้ 0-9 บวกตัวอักษร A-F ตัวเลขเดียวกันจะเขียนต่างกันไปในแต่ละฐาน แต่แทนค่าจำนวนเท่ากันเสมอ
ทำไมโปรแกรมเมอร์ต้องรู้เรื่องเลขฐาน
คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นไบนารี (ฐาน 2) ภายใน แต่ไบนารียาวและอ่านยาก จึงมักแปลงเป็นฐาน 16 เพื่อให้สั้นและอ่านง่ายขึ้น เช่น รหัสสี การแสดงตำแหน่งหน่วยความจำ หรือการเขียน bitwise operation ส่วนฐาน 8 ใช้เฉพาะทางมากขึ้น เช่น การกำหนดสิทธิ์ไฟล์ในระบบ Unix/Linux